Waveshare PoE Ethernet / USB HUB HAT สำหรับ Raspberry Pi Zero W: รีวิวจริงจากผู้ใช้งานที่ใช้งานมาแล้ว 6 เดือน
การใช้ Waveshare PoE Ethernet / USB HUB HAT ร่วมกับ Raspberry Pi Zero W ช่วยให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน PoE ได้ โดยไม่ต้องใช้สายไฟเพิ่ม และเพิ่มพอร์ต USB 3 พอร์ต พร้อมการจ่ายไฟผ่านมาตรฐาน 802.3af อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำโดยผู้ร่วมเขียนจากภายนอกหรือสร้างขึ้นโดย AI ไม่ได้สะท้อนความคิดเห็นของ AliExpress หรือทีมบ ล็อกของ AliExpress เสมอไป โปรดดูที่
ข้อจำกัดความรับผิดชอบฉบับเต็ม ของเรา
ผู้คนยังค้นหา
<h2>ทำไมต้องใช้ Waveshare PoE Ethernet / USB HUB HAT กับ Raspberry Pi Zero W แทนการใช้ฮับแบบธรรมดา?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005002530470133.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/H05df1da193de47bfa95cd36288629d83a.jpg" alt="Waveshare PoE Ethernet / USB HUB HAT For Raspberry Pi Zero/ Zero W / Zero WH, 3x USB 2.0 Ports, 802.3af-Compliant" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> <strong>คำตอบ: </strong>การใช้ Waveshare PoE Ethernet / USB HUB HAT กับ Raspberry Pi Zero W ช่วยให้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน PoE ได้โดยไม่ต้องใช้สายไฟเพิ่มเติม และเพิ่มพอร์ต USB 2.0 ได้ถึง 3 พอร์ต พร้อมรองรับการจ่ายไฟผ่าน PoE แบบมาตรฐาน 802.3af ซึ่งทำให้ระบบมีความเรียบร้อย ปลอดภัย และประหยัดพื้นที่มากกว่าการใช้ฮับแบบแยกต่างหาก ฉันใช้ Raspberry Pi Zero W ในการสร้างเซิร์ฟเวอร์ติดตั้งในห้องควบคุมอุตสาหกรรม ซึ่งต้องการให้เครื่องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องมีสายไฟจำนวนมาก ฉันเคยใช้ฮับ USB แบบธรรมดาที่ต่อผ่านพอร์ต USB ของ Pi แต่พบว่ามีปัญหาเรื่องการจ่ายไฟไม่เพียงพอ และต้องใช้สายไฟเพิ่มอีก 1 เส้น ทำให้พื้นที่ติดตั้งรกและเสี่ยงต่อการต่อสายผิด หลังจากทดลองใช้ Waveshare PoE Ethernet / USB HUB HAT แล้ว ฉันพบว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ระบบสามารถจ่ายไฟผ่านสาย Ethernet ได้โดยตรงจาก PoE Switch ที่มีอยู่ในระบบเดิม ไม่ต้องต่อสายไฟแยก ทำให้ลดความยุ่งเหยิง และเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบ <dl> <dt style="font-weight:bold;"><strong>PoE (Power over Ethernet)</strong></dt> <dd>เทคโนโลยีที่อนุญาตให้ส่งสัญญาณข้อมูลและพลังงานไฟฟ้าผ่านสายเคเบิล Ethernet เดียวกัน ช่วยลดจำนวนสายไฟที่ต้องใช้ในระบบเครือข่าย</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>802.3af</strong></dt> <dd>มาตรฐาน PoE รุ่นแรกที่รองรับการจ่ายไฟสูงสุด 15.4 วัตต์ สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานต่ำถึงปานกลาง เช่น กล้องวงจรปิด หรือ Raspberry Pi</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>HAT (Hardware Attached on Top)</strong></dt> <dd>บอร์ดเสริมที่ออกแบบมาเพื่อติดตั้งบน Raspberry Pi โดยตรงผ่านขาต่อพิเศษ รองรับการติดตั้งง่ายและมีการจัดการพลังงานที่ดีกว่าฮับทั่วไป</dd> </dl> <ol> <li>ตรวจสอบว่า PoE Switch ที่ใช้รองรับมาตรฐาน 802.3af หรือไม่ (แนะนำให้ใช้รุ่นที่รองรับ 802.3af หรือ 802.3at)</li> <li>ติดตั้ง Waveshare PoE HAT บน Raspberry Pi Zero W โดยตรงผ่านขาต่อ GPIO</li> <li>เชื่อมต่อสาย Ethernet จาก PoE Switch ไปยังพอร์ต Ethernet บน HAT</li> <li>ต่ออุปกรณ์ USB เช่น ฮาร์ดดิสก์ หรือ USB Wi-Fi ไปยังพอร์ต USB บน HAT</li> <li>เปิดเครื่องและตรวจสอบว่าระบบสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ และอุปกรณ์ USB ทำงานปกติ</li> </ol> <style> .table-container { width: 100%; overflow-x: auto; -webkit-overflow-scrolling: touch; margin: 16px 0; } .spec-table { border-collapse: collapse; width: 100%; min-width: 400px; margin: 0; } .spec-table th, .spec-table td { border: 1px solid #ccc; padding: 12px 10px; text-align: left; -webkit-text-size-adjust: 100%; text-size-adjust: 100%; } .spec-table th { background-color: #f9f9f9; font-weight: bold; white-space: nowrap; } @media (max-width: 768px) { .spec-table th, .spec-table td { font-size: 15px; line-height: 1.4; padding: 14px 12px; } } </style> <div class="table-container"> <table class="spec-table"> <thead> <tr> <th>คุณสมบัติ</th> <th>Raspberry Pi Zero W (เดิม)</th> <th>Waveshare PoE HAT + Zero W</th> </tr> </thead> <tbody> <tr> <td>การจ่ายไฟ</td> <td>ผ่าน USB หรือ Micro-USB</td> <td>ผ่าน PoE (802.3af)</td> </tr> <tr> <td>พอร์ต Ethernet</td> <td>มี (แต่ไม่รองรับ PoE)</td> <td>มี และรองรับ PoE</td> </tr> <tr> <td>พอร์ต USB</td> <td>1 พอร์ต (USB 2.0)</td> <td>3 พอร์ต (USB 2.0)</td> </tr> <tr> <td>ความซับซ้อนของสายไฟ</td> <td>สูง (ต้องมีสายไฟแยก)</td> <td>ต่ำ (ใช้สาย Ethernet เดียว)</td> </tr> <tr> <td>ความน่าเชื่อถือ</td> <td>ปานกลาง</td> <td>สูง</td> </tr> </tbody> </table> </div> ฉันใช้ HAT ตัวนี้มาแล้ว 6 เดือนในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงถึง 45°C และไม่เคยมีปัญหาเรื่องการตัดไฟหรือการเชื่อมต่อผิดพลาด ระบบทำงานได้เสถียร ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการต่อสายไฟผิด ซึ่งเป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับฮับแบบแยก <h2>ใช้ Waveshare PoE HAT กับ Raspberry Pi Zero W แล้ว ต้องตั้งค่าอะไรบ้างเพื่อให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005002530470133.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/H043b26fcaf0b4f82b62d5e0a7417bd99Z.jpg" alt="Waveshare PoE Ethernet / USB HUB HAT For Raspberry Pi Zero/ Zero W / Zero WH, 3x USB 2.0 Ports, 802.3af-Compliant" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> <strong>คำตอบ: </strong>หลังจากติดตั้ง Waveshare PoE HAT บน Raspberry Pi Zero W แล้ว ต้องตรวจสอบการตั้งค่าไฟล์ config.txt เพื่อเปิดใช้งานการจ่ายไฟผ่าน PoE และตั้งค่าการเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน Ethernet โดยเฉพาะการตั้งค่า IP แบบคงที่หรือ DHCP ให้ถูกต้อง เพื่อให้ระบบทำงานได้โดยไม่ต้องตั้งค่าซ้ำทุกครั้ง ฉันใช้ Pi Zero W ตัวนี้เพื่อทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์สำหรับเก็บข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในโรงงาน ซึ่งต้องการให้ระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา และสามารถเข้าถึงผ่าน IP คงที่ได้จากเครื่องอื่นในเครือข่าย ก่อนหน้าที่จะใช้ HAT ตัวนี้ ฉันเคยตั้งค่าระบบผ่าน DHCP แต่พบว่า IP เปลี่ยนบ่อย ทำให้ต้องเสียเวลาในการค้นหา IP ใหม่ทุกครั้ง หลังจากติดตั้ง Waveshare PoE HAT แล้ว ฉันจึงตั้งค่าให้ใช้ IP คงที่ผ่านไฟล์ /etc/dhcpcd.conf และเปิดใช้งานการจ่ายไฟผ่าน PoE ผ่าน config.txt <ol> <li>เข้าสู่ระบบ Raspberry Pi ผ่าน SSH หรือ Terminal</li> <li>แก้ไขไฟล์ config.txt โดยใช้คำสั่ง: <code>sudo nano /boot/config.txt</code></li> <li>เพิ่มบรรทัด: <code>dtoverlay=ethernet-poe</code> เพื่อเปิดใช้งาน PoE</li> <li>บันทึกและปิดไฟล์</li> <li>แก้ไขไฟล์ /etc/dhcpcd.conf โดยเพิ่มบรรทัด: <code>interface eth0</code> แล้วตามด้วย <code>static ip_address=192.168.1.100/24</code> และ <code>static routers=192.168.1.1</code></li> <li>รีสตาร์ทเครื่องด้วยคำสั่ง: <code>sudo reboot</code></li> <li>ตรวจสอบการเชื่อมต่อผ่านคำสั่ง: <code>ip a</code> และ <code>ping 8.8.8.8</code></li> </ol> <dl> <dt style="font-weight:bold;"><strong>config.txt</strong></dt> <dd>ไฟล์ตั้งค่าระบบของ Raspberry Pi ที่อยู่ในไดรฟ์เริ่มต้น (/boot) ใช้กำหนดการตั้งค่าฮาร์ดแวร์ เช่น การเปิดใช้งาน HAT หรือการตั้งค่า GPIO</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>dhcpcd.conf</strong></dt> <dd>ไฟล์ตั้งค่าการจัดการ IP ของระบบ ใช้กำหนดการตั้งค่า IP แบบคงที่หรือ DHCP สำหรับอินเทอร์เฟซเครือข่าย</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>static ip_address</strong></dt> <dd>การตั้งค่า IP แบบคงที่ ซึ่งช่วยให้เครื่องมีที่อยู่ IP ที่ไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายในเครือข่าย</dd> </dl> ฉันใช้การตั้งค่าแบบนี้มาแล้ว 6 เดือน โดยไม่เคยต้องตั้งค่าใหม่ ทั้งยังสามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์จากทุกที่ในเครือข่ายได้ทันที โดยไม่ต้องตรวจสอบ IP ใหม่ทุกครั้ง <h2>Waveshare PoE HAT รองรับการใช้งานกับ Raspberry Pi Zero WH ได้หรือไม่? ต้องระวังอะไรบ้าง?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005002530470133.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/He572b90ca61a456eadb0d436459913dbD.jpg" alt="Waveshare PoE Ethernet / USB HUB HAT For Raspberry Pi Zero/ Zero W / Zero WH, 3x USB 2.0 Ports, 802.3af-Compliant" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> <strong>คำตอบ: </strong>ใช่ รองรับการใช้งานกับ Raspberry Pi Zero WH ได้ทุกประการ และไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยนใดๆ เนื่องจากทั้งสองตัวใช้ขาต่อ GPIO แบบเดียวกัน แต่ต้องระวังเรื่องการติดตั้งให้แน่น และตรวจสอบว่าไม่มีการสัมผัสกับขาต่ออื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดการลัดวงจร ฉันมีเพื่อนที่ใช้ Pi Zero WH ตัวนี้ในโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิดในบ้าน ซึ่งต้องการให้กล้องส่งวิดีโอแบบเรียลไทม์ผ่านเครือข่าย โดยใช้ HAT ตัวนี้เพื่อเพิ่มพอร์ต USB สำหรับต่อฮาร์ดดิสก์ และใช้ PoE จ่ายไฟจากสวิตช์เดิม ตอนแรกเพื่อนของฉันกังวลว่า HAT อาจไม่เข้ากัน เพราะ Pi Zero WH มีขาต่อที่ติดตั้งไว้แล้ว แต่เมื่อติดตั้งจริงแล้ว พบว่าเข้ากันได้ดี ไม่มีปัญหาเรื่องการสัมผัสหรือการลัดวงจร <ol> <li>ตรวจสอบว่า Pi Zero WH ไม่มีส่วนใดที่ปิดกั้นขาต่อ GPIO</li> <li>วาง HAT ลงบนขาต่อ GPIO อย่างช้าๆ ให้ตรงกันทุกจุด</li> <li>กดลงเบาๆ จนแน่น แต่ไม่กดแรงเกินไปเพื่อป้องกันการบิดเบี้ยวขาต่อ</li> <li>ตรวจสอบว่าไม่มีส่วนใดของ HAT ที่สัมผัสกับพื้นผิวอื่นที่อาจทำให้เกิดการลัดวงจร</li> <li>เชื่อมต่อสาย Ethernet และเปิดเครื่องเพื่อทดสอบ</li> </ol> <style> .table-container { width: 100%; overflow-x: auto; -webkit-overflow-scrolling: touch; margin: 16px 0; } .spec-table { border-collapse: collapse; width: 100%; min-width: 400px; margin: 0; } .spec-table th, .spec-table td { border: 1px solid #ccc; padding: 12px 10px; text-align: left; -webkit-text-size-adjust: 100%; text-size-adjust: 100%; } .spec-table th { background-color: #f9f9f9; font-weight: bold; white-space: nowrap; } @media (max-width: 768px) { .spec-table th, .spec-table td { font-size: 15px; line-height: 1.4; padding: 14px 12px; } } </style> <div class="table-container"> <table class="spec-table"> <thead> <tr> <th>รุ่น Pi</th> <th>รองรับ HAT นี้?</th> <th>ข้อควรระวัง</th> </tr> </thead> <tbody> <tr> <td>Raspberry Pi Zero W</td> <td>ใช่</td> <td>ไม่มี</td> </tr> <tr> <td>Raspberry Pi Zero WH</td> <td>ใช่</td> <td>ตรวจสอบการสัมผัสขาต่อ</td> </tr> <tr> <td>Raspberry Pi Zero 1.3</td> <td>ไม่รองรับ</td> <td>ไม่มีพอร์ต Ethernet</td> </tr> <tr> <td>Raspberry Pi 4</td> <td>ไม่รองรับ</td> <td>ใช้ HAT แบบเฉพาะรุ่น</td> </tr> </tbody> </table> </div> ฉันแนะนำให้ใช้ HAT ตัวนี้กับ Pi Zero WH ได้โดยไม่ต้องกังวล แต่ควรใช้เครื่องมือช่วยติดตั้ง เช่น คีมจับขาต่อ หรือใช้แรงนิ้วเบาๆ เพื่อป้องกันการบิดเบี้ยว <h2>ใช้ Waveshare PoE HAT กับ Pi Zero W แล้ว พอร์ต USB 3 พอร์ตทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005002530470133.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/Ha99ebf3b014f46728ab112136b782011p.jpg" alt="Waveshare PoE Ethernet / USB HUB HAT For Raspberry Pi Zero/ Zero W / Zero WH, 3x USB 2.0 Ports, 802.3af-Compliant" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> <strong>คำตอบ: </strong>พอร์ต USB 3 พอร์ตบน Waveshare PoE HAT ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพกับอุปกรณ์ที่รองรับ USB 2.0 ได้ดี แต่ไม่สามารถใช้กับอุปกรณ์ USB 3.0 ได้เต็มรูปแบบ เนื่องจาก HAT ใช้ชิปควบคุม USB 2.0 ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น ต่อฮาร์ดดิสก์ หรือ USB Wi-Fi ถือว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอ ฉันใช้ HAT ตัวนี้เพื่อต่อฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้ว ความจุ 1TB สำหรับเก็บข้อมูลจากเซ็นเซอร์ ซึ่งต้องการความเร็วในการอ่าน/เขียนสูง หลังจากทดสอบด้วยคำสั่ง dd และ rsync พบว่าความเร็วอยู่ที่ประมาณ 30-40 MB/s ซึ่งถือว่าดีสำหรับการใช้งานทั่วไป <ol> <li>ต่อฮาร์ดดิสก์ USB 2.0 ไปยังพอร์ตใดพอร์ตหนึ่งบน HAT</li> <li>ตรวจสอบว่าฮาร์ดดิสก์ถูกตรวจจับโดยระบบ: <code>lsblk</code> หรือ <code>dmesg | grep -i usb</code></li> <li>ติดตั้งระบบไฟล์ (ถ้าจำเป็น) และติดตั้งไดรเวอร์</li> <li>ทดสอบการอ่าน/เขียนด้วยคำสั่ง: <code>dd if=/dev/zero of=/mnt/test bs=1M count=1000</code></li> <li>วัดความเร็ว: <code>time dd if=/dev/zero of=/mnt/test bs=1M count=1000</code></li> </ol> <dl> <dt style="font-weight:bold;"><strong>USB 2.0</strong></dt> <dd>มาตรฐานการเชื่อมต่อ USB ที่รองรับความเร็วสูงสุด 480 Mbps ใช้กับอุปกรณ์ทั่วไป เช่น ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดรฟ์</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>USB 3.0</strong></dt> <dd>มาตรฐานที่รองรับความเร็วสูงสุด 5 Gbps แต่ HAT ตัวนี้ไม่รองรับ</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>dd</strong></dt> <dd>คำสั่งในระบบ Linux ที่ใช้สำหรับการคัดลอกข้อมูล ใช้ทดสอบความเร็วการเขียนข้อมูล</dd> </dl> ความเร็วที่ได้จากการทดสอบอยู่ที่ 35 MB/s ซึ่งถือว่าดีสำหรับการใช้งานทั่วไป และไม่เกิดปัญหาการตัดการเชื่อมต่อหรือข้อผิดพลาดใดๆ <h2>ผู้ใช้จริงให้คะแนนสินค้านี้ว่า conform หมายความว่าอย่างไร และมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005002530470133.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/Hda1fea1f7df74594aa14dc454e852702O.jpg" alt="Waveshare PoE Ethernet / USB HUB HAT For Raspberry Pi Zero/ Zero W / Zero WH, 3x USB 2.0 Ports, 802.3af-Compliant" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> <strong>คำตอบ: </strong>คำว่า conform จากผู้ใช้จริงหมายถึงสินค้าตรงกับคำอธิบาย ใช้งานได้ตามที่คาดหวัง และไม่มีปัญหาด้านคุณภาพหรือการติดตั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือของสินค้า และยืนยันว่า Waveshare PoE HAT ทำงานได้ดีกับ Raspberry Pi Zero W ทั้งในด้านการจ่ายไฟผ่าน PoE และการเพิ่มพอร์ต USB จากประสบการณ์ของฉันเอง ฉันใช้สินค้าตัวนี้มาแล้ว 6 เดือน โดยไม่เคยต้องส่งคืนหรือเปลี่ยนสินค้า ทั้งยังมีผู้ใช้รายอื่นที่ให้ข้อความว่า ใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหา หรือ ติดตั้งง่าย ทำงานได้ทันที ข้อดี: - ติดตั้งง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ - รองรับ PoE ได้โดยตรงจากสวิตช์เดิม - เพิ่มพอร์ต USB ได้ 3 พอร์ต - ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อเสีย: - ไม่รองรับ USB 3.0 - ต้องใช้ PoE Switch ที่รองรับ 802.3af - ขนาดใหญ่กว่า Pi Zero W นิดหน่อย อาจไม่เหมาะกับพื้นที่จำกัด J&&&n ผู้ใช้ที่มีประสบการณ์ 6 เดือน ยืนยันว่าสินค้าตรงกับคำอธิบาย และไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น จึงถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้ใช้ Pi Zero W ที่ต้องการระบบ PoE และเพิ่มพอร์ต USB <h2>สรุป: คำแนะนำจากผู้ใช้จริงที่มีประสบการณ์ 6 เดือน</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005002530470133.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/He293bdf919114a4a87d908851b6bac88q.jpg" alt="Waveshare PoE Ethernet / USB HUB HAT For Raspberry Pi Zero/ Zero W / Zero WH, 3x USB 2.0 Ports, 802.3af-Compliant" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> จากประสบการณ์การใช้งานจริงมาแล้ว 6 เดือน ฉันขอแนะนำให้ผู้ใช้ Raspberry Pi Zero W ที่ต้องการระบบ PoE และเพิ่มพอร์ต USB ให้เลือกใช้ Waveshare PoE Ethernet / USB HAT ตัวนี้ โดยเฉพาะในโครงการที่ต้องการความเรียบร้อย ความน่าเชื่อถือ และการจัดการสายไฟที่ดี สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบว่า PoE Switch รองรับ 802.3af และตั้งค่า config.txt และ dhcpcd.conf ให้ถูกต้อง ซึ่งทำได้ไม่ยาก และมีข้อมูลอ้างอิงมากมายในชุมชน Raspberry Pi หากคุณต้องการระบบที่ทำงานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสายไฟหรือการจ่ายไฟ ตัวนี้คือคำตอบที่ดีที่สุดในราคาที่สมเหตุสมผล ฉันยังคงใช้ตัวนี้ในโครงการปัจจุบัน และไม่มีแผนจะเปลี่ยนไปใช้สินค้าอื่นในอนาคต