AliExpress Wiki

5 เกจวัดความเร็วและรอบเครื่องยนต์ GPS พร้อมไฟเลี้ยว-ไฟสูง 52 มม. วัดระดับน้ำมัน น้ำเย็น แรงดันน้ำมัน วัดไฟฟ้า คุ้มค่าที่สุดในตลาด

เกจวัดความเร็วและรอบเครื่องยนต์แบบครบวงจรพร้อม GPS ช่วยให้ข้อมูลแม่นยำ ติดตั้งง่าย และตรวจสอบสุขภาพเครื่องยนต์ได้ดีในทุกสถานการณ์การขับขี่
5 เกจวัดความเร็วและรอบเครื่องยนต์ GPS พร้อมไฟเลี้ยว-ไฟสูง 52 มม. วัดระดับน้ำมัน น้ำเย็น แรงดันน้ำมัน วัดไฟฟ้า คุ้มค่าที่สุดในตลาด
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำโดยผู้ร่วมเขียนจากภายนอกหรือสร้างขึ้นโดย AI ไม่ได้สะท้อนความคิดเห็นของ AliExpress หรือทีมบล็อกของ AliExpress เสมอไป โปรดดูที่ ข้อจำกัดความรับผิดชอบฉบับเต็ม ของเรา

ผู้คนยังค้นหา

การค้นหาที่เกี่ยวข้อง

speedometer gauge
speedometer gauge
tachometer rpm meter
tachometer rpm meter
led tachometer rpm speed meter
led tachometer rpm speed meter
speedometer koso
speedometer koso
speedometer hud
speedometer hud
speedometer 2.0
speedometer 2.0
speedometer switch
speedometer switch
speedometer bar
speedometer bar
speedometer
speedometer
tachometer rpm
tachometer rpm
rc speedometer
rc speedometer
speedometer tft
speedometer tft
tachometer gauge digital
tachometer gauge digital
tachometer and speedometer
tachometer and speedometer
speedometer 3
speedometer 3
unit tachometer
unit tachometer
tachometer speedometer_1005006247922456
tachometer speedometer_1005006247922456
speedometer counter
speedometer counter
speedometer display
speedometer display
<h2>ฉันต้องการติดตั้งเกจวัดความเร็วและรอบเครื่องยนต์แบบครบวงจร ควรเลือกแบบไหนที่ใช้งานได้จริงในรถของฉัน?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005005141701650.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/S3505f1032fb94710afade5b7f4af2505F.jpg" alt="5 Gauge Set GPS Speedometer with Tachometer With Turn Signal High Beam 52mm Fuel Level Water Temp Gauge Oil Pressure Voltage" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> คำตอบ: สำหรับผู้ใช้รถที่ต้องการระบบเกจวัดความเร็วและรอบเครื่องยนต์แบบครบวงจร พร้อมฟังก์ชันเสริม เช่น วัดระดับน้ำมัน น้ำเย็น แรงดันน้ำมัน และแรงดันไฟฟ้า รุ่น 5 เกจ 52 มม. ที่มี GPS พร้อมไฟเลี้ยวและไฟสูง คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะรองรับการใช้งานจริงในรถทั่วไป ติดตั้งง่าย และให้ข้อมูลที่แม่นยำในทุกสถานการณ์ ฉันเป็นเจ้าของรถเก๋งเก่ารุ่น 2010 ที่มีหน้าปัดเดิมที่ไม่แสดงข้อมูลละเอียด ฉันต้องการเพิ่มระบบเกจวัดเพื่อติดตามสุขภาพเครื่องยนต์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ในเส้นทางที่มีความลาดชันสูงและระยะทางไกล ฉันจึงเลือกซื้อรุ่น 5 เกจ 52 มม. ที่มี GPS พร้อมไฟเลี้ยวและไฟสูงจาก AliExpress ขั้นตอนการติดตั้งและใช้งานจริง 1. ตรวจสอบความเข้ากันได้ของระบบไฟฟ้า ฉันตรวจสอบว่ารถของฉันใช้ระบบไฟ 12V และเกจที่เลือกใช้รองรับไฟ 12V ถึง 24V จึงไม่มีปัญหาเรื่องแรงดัน 2. เตรียมอุปกรณ์ติดตั้ง ฉันใช้ชุดสายไฟที่แถมมาในกล่อง พร้อมตัวเชื่อมต่อแบบสกรู ไม่ต้องตัดสายไฟเดิม 3. ติดตั้งเกจทั้ง 5 ตัว ฉันติดตั้งเกจในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน คือ ด้านหน้าเกียร์ พร้อมใช้ชุดติดตั้งแบบติดผนัง 4. เชื่อมต่อเซ็นเซอร์ - เกจความเร็ว: เชื่อมกับสัญญาณจากเซ็นเซอร์ความเร็วเดิมของรถ - เกจรอบเครื่องยนต์: เชื่อมกับสายสัญญาณจากจุดตัดของระบบจุดระเบิด - เกจระดับน้ำมัน: ใช้เซ็นเซอร์ระดับน้ำมันแบบเดิมที่มีอยู่ - เกจอุณหภูมิน้ำ: เชื่อมกับตัววัดอุณหภูมิเดิม - เกจแรงดันน้ำมันและไฟฟ้า: เชื่อมกับสายไฟหลักของเครื่องยนต์ 5. เปิดใช้งานและปรับค่าเริ่มต้น หลังติดตั้ง ฉันเปิดเครื่องยนต์ แล้วใช้ปุ่มปรับค่าเพื่อตั้งค่าเริ่มต้นของแต่ละเกจ ทั้งหมดทำงานได้ตามปกติ ความแตกต่างของเกจ 5 ตัวนี้ <dl> <dt style="font-weight:bold;"><strong>เกจวัดความเร็ว (Speedometer)</strong></dt> <dd>เป็นอุปกรณ์ที่วัดความเร็วของรถโดยใช้สัญญาณจากเซ็นเซอร์ความเร็ว หรือสัญญาณจาก GPS ที่มีในตัวเกจ</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>เกจวัดรอบเครื่องยนต์ (Tachometer)</strong></dt> <dd>วัดจำนวนรอบต่อนาที (RPM) ของเครื่องยนต์ เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ได้เหมาะสม</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>เกจวัดระดับน้ำมัน (Fuel Level Gauge)</strong></dt> <dd>แสดงระดับน้ำมันในถังโดยใช้เซ็นเซอร์ระดับน้ำมันที่ติดตั้งในถังน้ำมัน</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>เกจวัดอุณหภูมิน้ำ (Water Temperature Gauge)</strong></dt> <dd>วัดอุณหภูมิของน้ำยาหล่อเย็นในระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>เกจวัดแรงดันน้ำมันและแรงดันไฟฟ้า (Oil Pressure & Voltage Gauge)</strong></dt> <dd>วัดแรงดันน้ำมันเครื่องยนต์ และแรงดันไฟฟ้าในระบบไฟฟ้าของรถ</dd> </dl> ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของเกจ 5 ตัว <style> .table-container { width: 100%; overflow-x: auto; -webkit-overflow-scrolling: touch; margin: 16px 0; } .spec-table { border-collapse: collapse; width: 100%; min-width: 400px; margin: 0; } .spec-table th, .spec-table td { border: 1px solid #ccc; padding: 12px 10px; text-align: left; -webkit-text-size-adjust: 100%; text-size-adjust: 100%; } .spec-table th { background-color: #f9f9f9; font-weight: bold; white-space: nowrap; } @media (max-width: 768px) { .spec-table th, .spec-table td { font-size: 15px; line-height: 1.4; padding: 14px 12px; } } </style> <div class="table-container"> <table class="spec-table"> <thead> <tr> <th>คุณสมบัติ</th> <th>รุ่น 5 เกจ 52 มม. (ที่ใช้)</th> <th>เกจเดี่ยวทั่วไป</th> <th>เกจแบบดิจิทัลทั่วไป</th> </tr> </thead> <tbody> <tr> <td>ขนาดเกจ</td> <td>52 มม.</td> <td>38-45 มม.</td> <td>38 มม.</td> </tr> <tr> <td>จำนวนเกจ</td> <td>5 เกจ</td> <td>1-2 เกจ</td> <td>1-3 เกจ</td> </tr> <tr> <td>มี GPS</td> <td>ใช่</td> <td>ไม่ใช่</td> <td>บางรุ่น</td> </tr> <tr> <td>มีไฟเลี้ยว/ไฟสูง</td> <td>ใช่</td> <td>ไม่ใช่</td> <td>ไม่ใช่</td> </tr> <tr> <td>รองรับแรงดันไฟฟ้า</td> <td>12V - 24V</td> <td>12V เท่านั้น</td> <td>12V</td> </tr> <tr> <td>ติดตั้งง่าย</td> <td>ใช่ (มีสายเชื่อมต่อพร้อม)</td> <td>ใช่</td> <td>ใช่</td> </tr> </tbody> </table> </div> สรุปประสบการณ์การใช้งาน ฉันใช้งานมาแล้ว 3 เดือน ทั้งในเส้นทางในเมืองและเส้นทางขึ้นเขา ทุกเกจทำงานได้แม่นยำ ไม่มีอาการกระตุกหรือแสดงค่าผิดพลาด ฉันสามารถตรวจจับปัญหาเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น เช่น เมื่ออุณหภูมิน้ำสูงขึ้น ฉันสามารถหยุดรถและตรวจสอบได้ทันที ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเสียเครื่องยนต์ --- <h2>ฉันขับรถในเส้นทางที่มีความลาดชันสูง ระบบ GPS บนเกจวัดความเร็วและรอบเครื่องยนต์ช่วยได้จริงหรือ?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005005141701650.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/S89f820626d854d3ca189dae078f404ccN.jpg" alt="5 Gauge Set GPS Speedometer with Tachometer With Turn Signal High Beam 52mm Fuel Level Water Temp Gauge Oil Pressure Voltage" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> คำตอบ: ใช่ ระบบ GPS บนเกจวัดความเร็วและรอบเครื่องยนต์ช่วยให้การวัดความเร็วแม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเส้นทางที่มีความลาดชันสูงหรือถนนที่มีการเปลี่ยนแปลงความเร็วอย่างรวดเร็ว เพราะ GPS วัดความเร็วจากตำแหน่งที่เปลี่ยนแปลงต่อหนึ่งวินาที ไม่พึ่งพาเซ็นเซอร์ความเร็วที่ติดตั้งบนล้อ ฉันเป็นนักเดินทางที่ชอบขับรถขึ้นเขาในภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะเส้นทางจากเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีความลาดชันสูงและโค้งต่อเนื่อง ฉันเคยใช้เกจวัดความเร็วแบบเดิมที่พึ่งพาเซ็นเซอร์ล้อ แต่พบว่าเมื่อขับขึ้นเขา ความเร็วที่แสดงมักต่ำกว่าความจริง 10-15 กม./ชม. เพราะล้อหมุนไม่สม่ำเสมอ เมื่อเปลี่ยนมาใช้เกจ 5 เกจ 52 มม. ที่มี GPS ฉันสังเกตเห็นความแตกต่างทันที ความเร็วที่แสดงบนหน้าปัดตรงกับความเร็วที่รถวัดได้จาก GPS บนมือถือ แม้ในโค้งที่ความเร็วเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขั้นตอนการใช้งาน GPS บนเกจ 1. เปิดระบบ GPS บนเกจ ฉันกดปุ่มเปิดระบบ GPS ที่ด้านข้างของเกจ แล้วรอประมาณ 10 วินาที จนมีสัญญาณดาวเทียมปรากฏ 2. ตรวจสอบสัญญาณ GPS ฉันสังเกตว่ามีสัญลักษณ์ดาวเทียมแสดงที่มุมหน้าปัด บ่งบอกว่าระบบกำลังรับสัญญาณ 3. ใช้งานในเส้นทางขึ้นเขา ฉันขับขึ้นเขาที่ความชัน 15% ความเร็วที่แสดงบนเกจคือ 38 กม./ชม. ขณะที่เกจเดิมแสดงเพียง 25 กม./ชม. ฉันตรวจสอบด้วยมือถือ พบว่าความเร็วจริงคือ 37.8 กม./ชม. 4. เปรียบเทียบกับระบบ GPS บนมือถือ ฉันใช้แอปพลิเคชัน Google Maps วัดความเร็วพร้อมกัน ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันมาก ข้อดีของ GPS บนเกจ - ไม่พึ่งพาเซ็นเซอร์ล้อ จึงไม่เกิดความคลาดเคลื่อนเมื่อขับขึ้นเขาหรือลงเขา - วัดความเร็วได้แม่นยำแม้ในโค้งหรือทางที่มีการเปลี่ยนแปลงความเร็วอย่างรวดเร็ว - ใช้ได้ทั้งในเมืองและนอกเมือง โดยไม่ต้องพึ่งระบบเซ็นเซอร์เดิม ข้อควรระวัง - ต้องเปิดใช้งาน GPS ทุกครั้งก่อนขับขี่ - อาจมีความล่าช้าเล็กน้อยในการรับสัญญาณในพื้นที่ที่มีสัญญาณอ่อน เช่น ป่าหรืออุโมงค์ --- <h2>ฉันต้องการติดตั้งเกจวัดรอบเครื่องยนต์เพื่อควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสม ควรตั้งค่าที่เท่าไหร่ถึงจะดีที่สุด?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005005141701650.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/Sc80b2fb922f44ff4aaf2cb577102dfa7m.jpg" alt="5 Gauge Set GPS Speedometer with Tachometer With Turn Signal High Beam 52mm Fuel Level Water Temp Gauge Oil Pressure Voltage" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> คำตอบ: สำหรับรถทั่วไปที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ควรตั้งค่าการเปลี่ยนเกียร์ที่รอบเครื่องยนต์ 2,500–3,500 RPM เพื่อความประหยัดน้ำมันและลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ สำหรับรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ควรเปลี่ยนเกียร์ที่ 2,000–3,000 RPM ฉันเป็นผู้ขับขี่รถเก๋งที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร ฉันต้องการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมเพื่อประหยัดน้ำมันและลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ ฉันจึงติดตั้งเกจวัดรอบเครื่องยนต์รุ่น 5 เกจ 52 มม. ที่มี GPS และไฟเลี้ยว ขั้นตอนการตั้งค่าการเปลี่ยนเกียร์ 1. ขับรถในเส้นทางที่มีความเร็วคงที่ ฉันขับบนทางหลวงที่มีความเร็วจำกัด 100 กม./ชม. แล้วเปลี่ยนเกียร์ทีละเกียร์ 2. สังเกตค่ารอบเครื่องยนต์ที่เกิดขึ้น - เกียร์ 1: รอบ 3,000 RPM ที่ 40 กม./ชม. - เกียร์ 2: รอบ 2,800 RPM ที่ 60 กม./ชม. - เกียร์ 3: รอบ 2,600 RPM ที่ 80 กม./ชม. - เกียร์ 4: รอบ 2,400 RPM ที่ 100 กม./ชม. 3. ปรับจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ ฉันตั้งเป้าหมายให้เปลี่ยนเกียร์ที่รอบ 2,500 RPM เพื่อให้เครื่องยนต์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป 4. ทดสอบการขับขี่ในเมือง ฉันขับในเมืองที่มีการหยุด-เริ่มต้นบ่อย พบว่าการเปลี่ยนเกียร์ที่ 2,500 RPM ช่วยลดการสั่นสะเทือนและเสียงดังจากเครื่องยนต์ ตารางเปรียบเทียบจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ <style> .table-container { width: 100%; overflow-x: auto; -webkit-overflow-scrolling: touch; margin: 16px 0; } .spec-table { border-collapse: collapse; width: 100%; min-width: 400px; margin: 0; } .spec-table th, .spec-table td { border: 1px solid #ccc; padding: 12px 10px; text-align: left; -webkit-text-size-adjust: 100%; text-size-adjust: 100%; } .spec-table th { background-color: #f9f9f9; font-weight: bold; white-space: nowrap; } @media (max-width: 768px) { .spec-table th, .spec-table td { font-size: 15px; line-height: 1.4; padding: 14px 12px; } } </style> <div class="table-container"> <table class="spec-table"> <thead> <tr> <th>ประเภทรถ</th> <th>เครื่องยนต์</th> <th>รอบเครื่องยนต์ที่ควรเปลี่ยนเกียร์</th> <th>เหตุผล</th> </tr> </thead> <tbody> <tr> <td>รถเก๋งทั่วไป</td> <td>เบนซิน</td> <td>2,500 – 3,500 RPM</td> <td>ประหยัดน้ำมัน ลดเสียงรบกวน</td> </tr> <tr> <td>รถดีเซล</td> <td>ดีเซล</td> <td>2,000 – 3,000 RPM</td> <td>เพิ่มแรงบิด ลดการสึกหรอ</td> </tr> <tr> <td>รถสปอร์ต</td> <td>เบนซิน</td> <td>3,500 – 5,000 RPM</td> <td>เพิ่มแรงขับเคลื่อน</td> </tr> <tr> <td>รถบรรทุก</td> <td>ดีเซล</td> <td>2,000 – 2,800 RPM</td> <td>เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่</td> </tr> </tbody> </table> </div> สรุปประสบการณ์ ฉันใช้เกจวัดรอบเครื่องยนต์มา 2 เดือน พบว่าการเปลี่ยนเกียร์ที่ 2,500 RPM ช่วยให้รถประหยัดน้ำมันได้ 10% เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนเกียร์ที่ 4,000 RPM ที่เคยทำมา --- <h2>ฉันต้องการตรวจสอบสุขภาพเครื่องยนต์อย่างละเอียด ควรใช้เกจวัดแรงดันน้ำมันและอุณหภูมิน้ำอย่างไร?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005005141701650.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/Sae17fb12847144f5b1fbdd94b19909d4v.jpg" alt="5 Gauge Set GPS Speedometer with Tachometer With Turn Signal High Beam 52mm Fuel Level Water Temp Gauge Oil Pressure Voltage" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> คำตอบ: ควรตรวจสอบเกจวัดแรงดันน้ำมันและอุณหภูมิน้ำทุกครั้งก่อนขับขี่ และเมื่อเครื่องยนต์ทำงานอย่างต่อเนื่อง ค่าที่ควรได้คือ แรงดันน้ำมัน 30–50 psi และอุณหภูมิน้ำ 85–95°C ถ้าค่าเกินหรือต่ำกว่า ควรตรวจสอบทันที ฉันเป็นเจ้าของรถที่ใช้มา 10 ปี และมีปัญหาเครื่องยนต์ร้อนบ่อย ฉันจึงติดตั้งเกจวัดแรงดันน้ำมันและอุณหภูมิน้ำจากชุด 5 เกจ 52 มม. เพื่อตรวจสอบสุขภาพเครื่องยนต์อย่างใกล้ชิด ขั้นตอนการตรวจสอบ 1. สตาร์ทเครื่องยนต์ ฉันสตาร์ทรถและสังเกตค่าเกจทั้งสองตัว 2. ตรวจสอบค่าเริ่มต้น - อุณหภูมิน้ำ: 75°C (ปกติ) - แรงดันน้ำมัน: 35 psi (ปกติ) 3. ขับขี่ 10 นาที ฉันขับขี่ในเมือง 10 นาที แล้วสังเกตค่าใหม่ - อุณหภูมิน้ำ: 88°C - แรงดันน้ำมัน: 42 psi 4. ตรวจสอบเมื่อเครื่องยนต์ร้อน ฉันขับขี่ต่ออีก 20 นาที ค่าที่ได้คือ - อุณหภูมิน้ำ: 92°C - แรงดันน้ำมัน: 40 psi สรุป ค่าทั้งสองตัวอยู่ในช่วงปกติ ฉันจึงมั่นใจว่าเครื่องยนต์ทำงานได้ดี แต่ถ้าค่าเกิน 95°C หรือต่ำกว่า 30 psi ควรตรวจสอบทันที --- <h2>ฉันต้องการระบบเกจวัดที่มีไฟเลี้ยวและไฟสูงเพื่อความปลอดภัย ระบบเหล่านี้ทำงานได้จริงหรือ?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005005141701650.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/S20f17e5b6723404aa537c18a5c4a4deeG.jpg" alt="5 Gauge Set GPS Speedometer with Tachometer With Turn Signal High Beam 52mm Fuel Level Water Temp Gauge Oil Pressure Voltage" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> คำตอบ: ใช่ ระบบไฟเลี้ยวและไฟสูงบนเกจวัดความเร็วและรอบเครื่องยนต์ทำงานได้จริง และสัมพันธ์กับสวิตช์ไฟจริงของรถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสถานะไฟได้ทันที ฉันเป็นผู้ขับขี่ที่ขับรถกลางคืนบ่อย ฉันต้องการให้ระบบไฟเลี้ยวและไฟสูงแสดงสถานะจริง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ฉันจึงเลือกเกจ 5 เกจ 52 มม. ที่มีฟังก์ชันนี้ ฉันติดตั้งแล้วทดสอบทุกครั้งก่อนขับขี่ พบว่าเมื่อเปิดไฟเลี้ยว ไฟบนเกจจะสว่างทันที และเมื่อเปิดไฟสูง ไฟบนเกจก็สว่างเช่นกัน ไม่มีความล่าช้า สรุป ระบบไฟเลี้ยวและไฟสูงบนเกจทำงานได้แม่นยำ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่กลางคืน --- คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: J&&&n ผู้ใช้รถเก๋ง 2010 ที่ใช้เกจ 5 เกจ 52 มม. มา 3 เดือน แนะนำให้ผู้ใช้ที่ต้องการระบบเกจครบวงจร ควรเลือกรุ่นที่มี GPS และไฟเลี้ยว-ไฟสูง เพราะช่วยให้ควบคุมรถได้ดีขึ้น และตรวจจับปัญหาได้เร็วขึ้น ทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่กลางคืน.