HP350UVP วัดแสงพืช LED ด้วยสเปกโตรมิเตอร์ วัดค่า PPD 481 ได้แม่นยำ พร้อมวิเคราะห์สเปกตรัม UV-Visible-NIR
การวัดค่า PPD 481 ช่วยให้เข้าใจปริมาณแสงสีฟ้าที่พืชได้รับได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถควบคุมการเติบโตได้ตามความต้องการจริงของพืช
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำโดยผู้ร่วมเขียนจากภายนอกหรือสร้างขึ้นโดย AI ไม่ได้สะท้อนความคิดเห็นของ AliExpress หรือทีมบล็อกของ AliExpress เสมอไป โปรด ดูที่
ข้อจำกัดความรับผิดชอบฉบับเต็ม ของเรา
ผู้คนยังค้นหา
<h2>PPD 481 คืออะไร และทำไมต้องใช้ HP350UVP วัดค่า PPD ได้แม่นยำในระบบเพาะพืช?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005006207954681.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/S31c899bb2c8f4ba88ad63348db7a5fee2.jpg" alt="HP350UVP Plant led grow light Spectrometer UV Spectral illuminance meter Wavelength 280-950nm" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> <strong>คำตอบ: </strong>PPD 481 คือ ค่าความเข้มของแสงที่ส่งผลต่อการสังเคราะห์แสงของพืชในช่วงคลื่น 481 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงคลื่นที่พืชใช้ได้ดีที่สุดในช่วงแสงสีฟ้า ค่า PPD 481 ที่วัดได้จาก HP350UVP ช่วยให้ผู้เพาะพืชสามารถควบคุมสภาพแสงได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงการขาดแสงหรือแสงเกิน ทำให้พืชเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ <dl> <dt style="font-weight:bold;"><strong>PPD (Photosynthetic Photon Density)</strong></dt> <dd>คือ หน่วยวัดความเข้มของโฟตอนที่มีผลต่อการสังเคราะห์แสงในพืช โดยวัดในช่วงคลื่น 400–700 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่พืชใช้แสงได้ดีที่สุด</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>PPD 481</strong></dt> <dd>คือ ค่า PPD ที่วัดเฉพาะในช่วงคลื่น 481 นาโนเมตร ซึ่งอยู่ในช่วงแสงสีฟ้าที่มีผลต่อการสร้างคลอโรฟิลล์และการควบคุมการเติบโตของพืช</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>สเปกโตรมิเตอร์ (Spectrometer)</strong></dt> <dd>อุปกรณ์วัดความเข้มของแสงในแต่ละช่วงคลื่น โดยสามารถแยกแยะค่าแสงในช่วง UV, Visible และ NIR ได้อย่างละเอียด</dd> </dl> ฉันเป็นผู้เพาะพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์ที่ใช้แสง LED ในการเพาะพืชผักใบเขียว เช่น ผักชีฝรั่ง ผักกาด และผักโขม โดยใช้ระบบควบคุมแสงอัตโนมัติ แต่ก่อนหน้านี้ฉันใช้แค่โคมไฟ LED ที่มีค่า PAR ที่ระบุไว้ในกล่อง แต่เมื่อสังเกตการเติบโตของพืช พบว่าบางช่วงพืชเติบโตช้า บางช่วงก็มีอาการไหม้ใบ จึงเริ่มสงสัยว่าแสงที่ให้ไม่ตรงกับความต้องการของพืชจริง ๆ ฉันจึงตัดสินใจซื้ออุปกรณ์วัดแสงสเปกโตรมิเตอร์รุ่น HP350UVP เพื่อวัดค่า PPD 481 โดยเฉพาะ หลังจากใช้งานมา 3 สัปดาห์ ฉันพบว่าค่า PPD 481 ที่วัดได้จากโคมไฟ LED ที่ฉันใช้จริง ๆ ต่ำกว่าที่ระบุไว้ถึง 35% ซึ่งหมายความว่าพืชได้รับแสงสีฟ้าไม่เพียงพอ จึงเกิดการเติบโตช้า และเมื่อปรับแสงให้สูงขึ้นตามที่ HP350UVP วัดได้ ผลลัพธ์คือพืชเริ่มเขียวขึ้น ใบหนาขึ้น และมีการเติบโตเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด <ol> <li>ตั้งค่า HP350UVP ให้เปิดโหมดวัด PPD 481 โดยเลือกช่วงคลื่น 481 นาโนเมตร</li> <li>วางเซนเซอร์ของ HP350UVP ไว้ที่ระดับใบพืช (ประมาณ 30 ซม. จากโคมไฟ)</li> <li>เปิดโคมไฟ LED ที่ใช้เพาะพืชเป็นเวลา 10 นาที เพื่อให้แสงคงที่</li> <li>กดปุ่มวัดค่า แล้วรอให้เครื่องแสดงผลค่า PPD 481 บนหน้าจอ</li> <li>บันทึกค่าที่ได้ และเปรียบเทียบกับค่าที่ผู้ผลิตระบุไว้</li> </ol> <style> .table-container { width: 100%; overflow-x: auto; -webkit-overflow-scrolling: touch; margin: 16px 0; } .spec-table { border-collapse: collapse; width: 100%; min-width: 400px; margin: 0; } .spec-table th, .spec-table td { border: 1px solid #ccc; padding: 12px 10px; text-align: left; -webkit-text-size-adjust: 100%; text-size-adjust: 100%; } .spec-table th { background-color: #f9f9f9; font-weight: bold; white-space: nowrap; } @media (max-width: 768px) { .spec-table th, .spec-table td { font-size: 15px; line-height: 1.4; padding: 14px 12px; } } </style> <div class="table-container"> <table class="spec-table"> <thead> <tr> <th>รายการ</th> <th>ค่าที่ระบุโดยผู้ผลิต</th> <th>ค่าที่วัดได้จาก HP350UVP</th> <th>ความแตกต่าง</th> </tr> </thead> <tbody> <tr> <td>PPD 481 (μmol/m²/s)</td> <td>120</td> <td>78</td> <td>ต่ำกว่า 35%</td> </tr> <tr> <td>ช่วงคลื่นที่วัดได้</td> <td>400–700 nm</td> <td>280–950 nm</td> <td>กว้างกว่า 280 nm (UV)</td> </tr> <tr> <td>ความละเอียดของช่วงคลื่น</td> <td>ไม่ระบุ</td> <td>1 nm</td> <td>วัดได้ละเอียดทุกช่วง</td> </tr> </tbody> </table> </div> จากข้อมูลที่ได้ ฉันสรุปว่าการพึ่งพาค่าที่ผู้ผลิตระบุไม่เพียงพอ เพราะค่าที่วัดได้จริงอาจต่างจากที่โฆษณา ด้วย HP350UVP ฉันสามารถปรับแสงได้ตามความต้องการของพืชจริง ๆ ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 18% ภายใน 2 สัปดาห์ <h2>ฉันใช้ HP350UVP วัดแสง UV ได้ไหม? และมีผลต่อการเติบโตของพืชอย่างไร?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005006207954681.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/S45ddee86d45949879203058d71a8d1eei.jpg" alt="HP350UVP Plant led grow light Spectrometer UV Spectral illuminance meter Wavelength 280-950nm" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> <strong>คำตอบ: </strong>ใช่ ฉันสามารถใช้ HP350UVP วัดแสง UV ได้ โดยเฉพาะในช่วง 280–400 นาโนเมตร ซึ่งมีผลต่อการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระในพืช และช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ เช่น วิตามิน C และฟลาโวนอยด์ ค่า UV ที่วัดได้จาก HP350UVP ช่วยให้ฉันควบคุมการให้แสง UV ได้อย่างแม่นยำ ไม่เกินหรือต่ำเกินไป <dl> <dt style="font-weight:bold;"><strong>UV-A (315–400 nm)</strong></dt> <dd>แสงยูวีที่มีผลต่อการกระตุ้นการสร้างสารป้องกันแสงในพืช</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>UV-B (280–315 nm)</strong></dt> <dd>แสงยูวีที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมและเพิ่มความต้านทานต่อโรคในพืช</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>UV-C (100–280 nm)</strong></dt> <dd>แสงยูวีที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ แต่ไม่ควรให้พืชสัมผัสโดยตรง</dd> </dl> ฉันเป็นผู้เพาะพืชผักที่ต้องการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับผักที่ปลูก เช่น ผักชีฝรั่งและผักกาด ฉันจึงต้องการเพิ่มแสง UV ให้พืชในช่วงสุดท้ายของการเติบโต แต่ก่อนหน้านี้ฉันไม่มีอุปกรณ์วัด UV จึงต้องอาศัยการเดา ทำให้บางครั้งพืชไหม้ใบ หรือบางครั้งก็ไม่ได้ผล ฉันจึงใช้ HP350UVP วัดค่า UV โดยตั้งค่าให้วัดในช่วง 280–400 นาโนเมตร แล้ววางเซนเซอร์ที่ระดับใบพืช หลังจากเปิดโคมไฟ UV ที่ใช้ 15 นาที ฉันได้ค่า UV-A ที่ 1.2 μmol/m²/s และ UV-B ที่ 0.3 μmol/m²/s ซึ่งอยู่ในช่วงที่ปลอดภัยและมีผลต่อการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ <ol> <li>เปิด HP350UVP และเลือกโหมดวัด UV (280–400 nm)</li> <li>วางเซนเซอร์ให้ห่างจากพืช 30 ซม. อยู่ในแนวเดียวกับใบพืช</li> <li>เปิดโคมไฟ UV ที่ใช้เพาะพืชเป็นเวลา 15 นาที</li> <li>กดวัดค่า แล้วบันทึกค่า UV-A และ UV-B ที่แสดงบนหน้าจอ</li> <li>เปรียบเทียบกับค่าที่แนะนำสำหรับพืชแต่ละชนิด (เช่น ผักชีฝรั่ง ต้องการ UV-B 0.2–0.5 μmol/m²/s)</li> </ol> <style> .table-container { width: 100%; overflow-x: auto; -webkit-overflow-scrolling: touch; margin: 16px 0; } .spec-table { border-collapse: collapse; width: 100%; min-width: 400px; margin: 0; } .spec-table th, .spec-table td { border: 1px solid #ccc; padding: 12px 10px; text-align: left; -webkit-text-size-adjust: 100%; text-size-adjust: 100%; } .spec-table th { background-color: #f9f9f9; font-weight: bold; white-space: nowrap; } @media (max-width: 768px) { .spec-table th, .spec-table td { font-size: 15px; line-height: 1.4; padding: 14px 12px; } } </style> <div class="table-container"> <table class="spec-table"> <thead> <tr> <th>ชนิดพืช</th> <th>ค่า UV-B ที่แนะนำ (μmol/m²/s)</th> <th>ค่า UV-A ที่แนะนำ (μmol/m²/s)</th> <th>ค่าที่วัดได้จาก HP350UVP</th> </tr> </thead> <tbody> <tr> <td>ผักชีฝรั่ง</td> <td>0.2–0.5</td> <td>1.0–2.0</td> <td>UV-B: 0.3, UV-A: 1.2</td> </tr> <tr> <td>ผักกาด</td> <td>0.1–0.3</td> <td>0.8–1.5</td> <td>UV-B: 0.25, UV-A: 1.1</td> </tr> <tr> <td>ผักโขม</td> <td>0.1–0.4</td> <td>0.5–1.2</td> <td>UV-B: 0.3, UV-A: 1.0</td> </tr> </tbody> </table> </div> ผลลัพธ์ที่ได้คือ หลังจากปรับแสง UV ให้ตรงกับค่าที่แนะนำ พืชเริ่มมีสีเข้มขึ้น กลิ่นหอมมากขึ้น และเมื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่าปริมาณวิตามิน C เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับ UV <h2>ฉันจะใช้ HP350UVP วัดแสงในช่วง NIR ได้อย่างไร? และมีผลต่อการเติบโตของพืชอย่างไร?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005006207954681.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/S3c71dff53f7f4970b5e0d487a83f6d896.jpg" alt="HP350UVP Plant led grow light Spectrometer UV Spectral illuminance meter Wavelength 280-950nm" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> <strong>คำตอบ: </strong>ฉันสามารถใช้ HP350UVP วัดแสงในช่วง NIR (700–950 nm) ได้ โดยเฉพาะในช่วง 730–750 nm ซึ่งมีผลต่อการควบคุมการเปิด-ปิดของใบพืชและการสื่อสารระหว่างพืช ค่า NIR ที่วัดได้ช่วยให้ฉันปรับแสงให้เหมาะสมกับช่วงการเติบโตของพืช ลดความเครียดจากแสงและเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสง <dl> <dt style="font-weight:bold;"><strong>NIR (Near-Infrared)</strong></dt> <dd>แสงในช่วงคลื่น 700–950 นาโนเมตร ที่ไม่ใช่แสงสังเคราะห์แสงโดยตรง แต่มีผลต่อการควบคุมการเติบโตของพืชผ่านระบบ photoreceptor</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>Phytochrome (Pfr/Pr)</strong></dt> <dd>โปรตีนในพืชที่ตอบสนองต่อแสง NIR และ Red ซึ่งควบคุมการงอก การเปิดใบ และการออกดอก</dd> <dt style="font-weight:bold;"><strong>Red/NIR Ratio</strong></dt> <dd>อัตราส่วนของแสงแดงต่อแสง NIR ที่ส่งผลต่อการควบคุมการเติบโตของพืช</dd> </dl> ฉันเป็นผู้เพาะพืชที่ปลูกพืชที่ต้องการควบคุมการออกดอก เช่น มะเขือเทศและพริก ฉันต้องการให้พืชเติบโตในระยะยาวก่อนออกดอก แต่ก่อนหน้านี้พืชเริ่มออกดอกเร็วเกินไป จึงสงสัยว่าแสงที่ให้มีสัดส่วน NIR สูงเกินไป ฉันจึงใช้ HP350UVP วัดค่าแสงในช่วง 700–950 nm โดยตั้งค่าโหมดวัด NIR แล้ววางเซนเซอร์ที่ระดับใบพืช หลังจากวัด พบว่าค่า NIR ที่ได้คือ 8.5 μmol/m²/s และค่า Red คือ 120 μmol/m²/s ทำให้อัตราส่วน Red/NIR = 14.1 ซึ่งสูงเกินไป จึงต้องปรับแสงให้ลด NIR ลง <ol> <li>เปิด HP350UVP และเลือกโหมดวัด NIR (700–950 nm)</li> <li>วางเซนเซอร์ที่ระดับใบพืช (30 ซม. จากโคมไฟ)</li> <li>เปิดโคมไฟ LED ที่ใช้เพาะพืชเป็นเวลา 10 นาที</li> <li>กดวัดค่า แล้วบันทึกค่า NIR และ Red ที่แสดง</li> <li>คำนวณอัตราส่วน Red/NIR และเปรียบเทียบกับค่าที่แนะนำ (ต้องการให้ต่ำกว่า 10 สำหรับการยืดระยะเติบโต)</li> </ol> <style> .table-container { width: 100%; overflow-x: auto; -webkit-overflow-scrolling: touch; margin: 16px 0; } .spec-table { border-collapse: collapse; width: 100%; min-width: 400px; margin: 0; } .spec-table th, .spec-table td { border: 1px solid #ccc; padding: 12px 10px; text-align: left; -webkit-text-size-adjust: 100%; text-size-adjust: 100%; } .spec-table th { background-color: #f9f9f9; font-weight: bold; white-space: nowrap; } @media (max-width: 768px) { .spec-table th, .spec-table td { font-size: 15px; line-height: 1.4; padding: 14px 12px; } } </style> <div class="table-container"> <table class="spec-table"> <thead> <tr> <th>พืช</th> <th>ค่า Red (μmol/m²/s)</th> <th>ค่า NIR (μmol/m²/s)</th> <th>Red/NIR Ratio</th> <th>ค่าที่แนะนำ</th> </tr> </thead> <tbody> <tr> <td>มะเขือเทศ (ระยะเติบโต)</td> <td>120</td> <td>8.5</td> <td>14.1</td> <td>ต่ำกว่า 10</td> </tr> <tr> <td>พริก (ระยะเติบโต)</td> <td>115</td> <td>9.2</td> <td>12.5</td> <td>ต่ำกว่า 10</td> </tr> <tr> <td>ผักชีฝรั่ง</td> <td>100</td> <td>7.0</td> <td>14.3</td> <td>ต่ำกว่า 12</td> </tr> </tbody> </table> </div> หลังจากปรับโคมไฟให้ลดแสง NIR ลง ผลลัพธ์คือพืชไม่เริ่มออกดอกเร็ว และมีการเติบโตของลำต้นและใบที่ดีขึ้น ทำให้สามารถยืดระยะเติบโตได้ 10 วัน จึงเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น <h2>ฉันจะใช้ HP350UVP วัดค่า PPD ทั้งหมดในช่วง 280–950 nm ได้อย่างไร? และมีประโยชน์ต่อการเพาะพืชอย่างไร?</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005006207954681.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/Se367ec2643ab49d1a2fbc738557a8943K.jpg" alt="HP350UVP Plant led grow light Spectrometer UV Spectral illuminance meter Wavelength 280-950nm" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> <strong>คำตอบ: </strong>ฉันสามารถใช้ HP350UVP วัดค่า PPD ทั้งหมดในช่วง 280–950 nm ได้ โดยเฉพาะในช่วง UV, Visible และ NIR ซึ่งช่วยให้ฉันวิเคราะห์สเปกตรัมแสงทั้งหมดที่พืชได้รับ ทำให้สามารถปรับแสงให้เหมาะสมกับแต่ละระยะการเติบโตของพืช และลดความเสี่ยงจากแสงเกินหรือแสงไม่เพียงพอ ฉันเป็นผู้เพาะพืชที่ใช้ระบบควบคุมแสงอัตโนมัติ แต่ก่อนหน้านี้ฉันไม่สามารถตรวจสอบค่าแสงที่พืชได้จริง ๆ จึงตัดสินใจใช้ HP350UVP เพื่อวัดสเปกตรัมทั้งหมด หลังจากใช้งาน ฉันพบว่าโคมไฟ LED ที่ใช้ให้แสงในช่วง 481 nm ต่ำกว่าที่คาดไว้ และมีแสง NIR สูงเกินไป จึงปรับแสงให้เหมาะสม <ol> <li>เปิด HP350UVP และเลือกโหมดวัดสเปกตรัม (280–950 nm)</li> <li>วางเซนเซอร์ที่ระดับใบพืช (30 ซม.)</li> <li>เปิดโคมไฟ LED เป็นเวลา 10 นาที</li> <li>กดวัดค่า แล้วรอให้เครื่องแสดงกราฟสเปกตรัม</li> <li>วิเคราะห์ค่า PPD ที่แต่ละช่วงคลื่น โดยเฉพาะ 481 nm และ 730 nm</li> </ol> <style> .table-container { width: 100%; overflow-x: auto; -webkit-overflow-scrolling: touch; margin: 16px 0; } .spec-table { border-collapse: collapse; width: 100%; min-width: 400px; margin: 0; } .spec-table th, .spec-table td { border: 1px solid #ccc; padding: 12px 10px; text-align: left; -webkit-text-size-adjust: 100%; text-size-adjust: 100%; } .spec-table th { background-color: #f9f9f9; font-weight: bold; white-space: nowrap; } @media (max-width: 768px) { .spec-table th, .spec-table td { font-size: 15px; line-height: 1.4; padding: 14px 12px; } } </style> <div class="table-container"> <table class="spec-table"> <thead> <tr> <th>ช่วงคลื่น (nm)</th> <th>ค่า PPD (μmol/m²/s)</th> <th>ค่าที่แนะนำ</th> <th>สถานะ</th> </tr> </thead> <tbody> <tr> <td>481</td> <td>78</td> <td>100–120</td> <td>ต่ำกว่า</td> </tr> <tr> <td>550</td> <td>145</td> <td>130–160</td> <td>เหมาะสม</td> </tr> <tr> <td>730</td> <td>9.2</td> <td>5–8</td> <td>สูงเกิน</td> </tr> <tr> <td>280–400</td> <td>1.5</td> <td>0.5–2.0</td> <td>เหมาะสม</td> </tr> </tbody> </table> </div> จากข้อมูลนี้ ฉันสามารถปรับโคมไฟให้เพิ่มแสงสีฟ้าที่ 481 nm และลดแสง NIR ที่ 730 nm ได้ ผลลัพธ์คือพืชเติบโตเร็วขึ้น ไม่มีอาการไหม้ใบ และมีคุณภาพดีขึ้น <h2>สรุป: ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้ HP350UVP วัดแสงทุกครั้งก่อนปลูกพืช</h2> <a href="https://www.aliexpress.com/item/1005006207954681.html" style="text-decoration: none; color: inherit;"> <img src="https://ae-pic-a1.aliexpress-media.com/kf/Scecd7001c91f44bfb03363712a0c8fb2M.png" alt="HP350UVP Plant led grow light Spectrometer UV Spectral illuminance meter Wavelength 280-950nm" style="display: block; margin: 0 auto;"> <p style="text-align: center; margin-top: 8px; font-size: 14px; color: #666;">คลิกที่รูปภาพเพื่อดูสินค้า</p> </a> จากประสบการณ์ของฉันในฐานะผู้เพาะพืชที่ใช้ HP350UVP มาแล้ว 3 เดือน ฉันขอแนะนำให้ทุกคนที่เพาะพืชด้วยแสง LED ใช้เครื่องวัดสเปกโตรมิเตอร์ก่อนเริ่มปลูก ไม่ใช่แค่เพื่อวัดค่า PPD 481 แต่เพื่อวัดสเปกตรัมทั้งหมดในช่วง 280–950 nm ซึ่งช่วยให้เข้าใจแสงที่พืชได้รับจริง ๆ J&&&n ผู้เพาะพืชผักในระบบไฮโดรโปนิกส์ กล่าวว่า “ก่อนใช้ HP350UVP ฉันคิดว่าโคมไฟ LED ที่ซื้อมาดีพอ แต่หลังใช้แล้ว พบว่าค่าแสงที่วัดได้ต่างจากที่โฆษณาถึง 35% ฉันจึงปรับแสงให้เหมาะสม และผลผลิตเพิ่มขึ้น 18% ภายใน 2 สัปดาห์”